fbpx

ทำไมคลิปคนอื่นชัดกว่า ? มาดู Format ที่ Youtube ชอบกันเถอะ

ไฟล์แบบไหนที่อัพ Youtube แล้วชัด

เคยเจอปัญหาแบบนี้บน Youtube ไหมครับ ที่แม้ว่ากล้องของเราจะถ่ายภาพได้ความละเอียดระดับ 4K ตอนดูคลิปก่อนตัดก็คมชัดดี แต่พอตัดต่อเสร็จ Export file มาเรียบร้อยแล้ว พอมาดูตัวคลิปกลับไม่ชัดเอาซะเลย ไอ้จะว่าคอมหรือมือถือที่เราใช้ตัดไม่แรงพอก็ไม่ใช่ แล้วมันอยู่ที่ตรงไหนอีกหรือเปล่า ?

วันนี้มานั่งคุยกันเรื่องนี้ดีกว่าครับ

ไฟล์สกุลไหนที่ Youtube รองรับบ้าง

ที่หน้า Support ได้บอกไว้ถึงไฟล์วิดีโอที่รองรับสำหรับการอัพโหลดคลิปของเราไปแสดงบน Youtube ตามนี้

  • .MOV
  • .MPEG4
  • .MP4
  • .AVI
  • .WMV
  • .MPEGPS
  • .FLV
  • 3GPP
  • WebM
  • DNxHR
  • ProRes
  • CineForm
  • HEVC (h265)

เยอะแยะไปหมดเลยใช่ไหมครับ มีทั้งตัวที่เรารู้จักและไม่รู้จัก แล้วสรุปได้เลยไหมว่าแบบไหนถึงจะดี ผมก็จะบอกว่าให้ใจร่มๆ หาน้ำมากินสักแก้วพร้อมกับขนมแล้วมานั่งอ่านกันต่อครับ เพราะว่านี่เราพึ่งจะเริ่มกันเอง 😁

รู้จักกับ Container และ Codec กันนิดนึง

ถ้าจะให้อธิบายแบบสั้นๆ ก็คือ เจ้าพวกนามสกุลไฟล์ด้านบนที่กล่าวมา เป็นชื่อของ Container รูปแบบต่างๆ ที่ใช้ในการเก็บวิดีโอเป็นไฟล์ๆ นึง ส่วนการที่เครื่องคอมหรือมือถือของเราจะอ่านไฟล์วิดีโอนั้นได้หรือเปล่า จำเป็นจะต้องใช้ Codec เพื่อทำให้วิดีโอของเราแสดงผลได้บนอุปกรณ์ของเรานั่นเอง

แต่เนื่องจาก Codec นั้นมีมากมาย และปัจจุบัน คนทั่วไปอย่างเราๆ ใช้ก็มีไม่กี่อย่าง ผมก็เลยจะบอกว่า Codec ที่ Youtube นั้นชอบในตอนนี้คือ h.264 ซึ่งเป็นรูปแบบที่อุปกรณ์ในมือเราหลายๆ ชิ้นใช้อยู่ตอนนี้

กล้องถ่ายรูปทั่วไป ก็มี Codec เป็น h.264

โทรศัพท์มือถือส่วนมาก ก็มี Codec เป็น h.264

ฉะนั้นคลิปวิดีโอที่เราถ่ายได้จากอุปกรณ์พวกนี้ มี Codec เป็น h.264 นั่นเองครับ และถูกครอบโดย Container อีกทีนึง กลายเป็นไฟล์นามสกุลต่างๆ กันตามแต่ละโปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่เราใช้

เจ้า h.264 นี่เป็นการแปลงไฟล์ในรูปแบบนึงที่ทำให้เราได้ภาพที่ค่อนข้างมีคุณภาพ แต่มีขนาดเล็ก ดังนั้น มันจึงสะดวกสำหรับโลกที่มีการส่งไฟล์ไปมาผ่านทางอินเตอร์เน็ตในยุคนี้มาก

หากคนใช้ Windows หรือ Android ไฟล์จะถูกเข้ารหัสผ่าน Codec แบบ h.264 และครอบโดย Container กลายเป็นนามสกุล .mp4 ส่วนใครที่ใช้ Apple ไฟล์จะถูกเข้ารหัสผ่าน Codec แบบ h.264 และครอบโดย Container กลายเป็นนามสกุล .mov ไงล่ะครับ

ตัวคลิปของเราจะมีความคมชัดมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเจ้า Codec นี้ด้วยแหละครับ Codec ที่มีคุณภาพสูงจะทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัด ซึ่งพวกนี้มักจะอยู่ในโปรแกรมตัดต่อใหญ่ๆ แต่หากว่าเราตัดต่อในมือถือด้วยแอพทั่วๆ ไป เรามักจะได้ไฟล์ภาพแตกๆ หรือไม่คมชัดเท่าที่ควร (แต่ในมือถือก็มีแอพตัดต่อที่ให้ภาพชัดๆ อย่าง Lumafusion หรือ Power Director อยู่ด้วยนะ)

นั่นแปลว่าหากคุณอยากได้ภาพที่ชัดๆ โปรแกรมตัดต่อที่มีรายละเอียดการ Export file ให้เลือกก็สำคัญด้วยเช่นกันนะ

Youtube แนะนำว่าให้ทำ Format แบบนี้

ไฟล์ที่ Youtube แนะนำ สำหรับคลิปขนาด 1920×1080 หรือ Full HD ควรมีการ Export ออกมาในรูปแบบตามนี้

  • Codec แบบ H.264 และหากสามารถเลือก Profile ได้ให้เลือกเป็น High
  • Bitrate ควรตั้งไว้ที่ 10-15 mbps สำหรับ Video แบบ HDR และ 8-12 mbps สำหรับ Video แบบ SDR (ส่วนใหญ่อุปกรณ์ทั่วไป ยังเป็น SDR อยู่ในตอนนี้)
  • อัตราส่วนภาพเท่ากับ 16:9 ในแนวนอน หรือ 9:16 สำหรับคลิปในแนวตั้ง
  • Audio codec แบบ AAC-LC

และแม้ว่าโปรแกรมทั้งหมดที่ผมเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างข้างล่าง จะมีค่าสำเร็จรูปให้ Export ไป Youtube อยู่แล้ว แต่หากเราอยากตั้งเอง หน้าตาการ Export ในแต่ละโปรแกรม ก็จะเป็นประมาณนี้

ภาพหน้าจอการ Export เพื่อไป Youtube จากโปรแกรม Adobe Premiere Pro CC
ภาพหน้าจอการ Export เพื่อไป Youtube จากโปรแกรม Adobe Premiere Pro CC
ภาพหน้าจอการ Export เพื่อไป Youtube จากโปรแกรม Davinci Resolve
ภาพหน้าจอการ Export เพื่อไป Youtube จากโปรแกรม Davinci Resolve
ภาพหน้าจอการ Export เพื่อไป Youtube จากแอพ Lumafusion ใน IOS
ภาพหน้าจอการ Export เพื่อไป Youtube จากแอพ Lumafusion ใน IOS

แล้วทำไมคลิปของเราถึงไม่ชัดล่ะ ?

หากว่าวิดีโอที่เราถ่ายมาในตอนต้นคมชัด แต่เมื่อ Export ออกมาแล้วไม่ชัด ก็ย้อนกลับมาที่คำถามตั้งต้นจนถึงตอนนี้เราก็จะสามารถตอบคำถามด้วยคำถามได้ว่า

โปรแกรมของเรา สามารถ Export ได้ใน Format แบบที่ Youtube ต้องการหรือเปล่า

เพราะโปรแกรมตัดต่ออย่างง่ายๆ หลายๆ โปรแกรม มักจะใช้ Codec และ Bitrate ที่อาจจะไม่ได้คุณภาพ และไม่สามารถปรับแต่งค่าการ Export ได้โดยละเอียด แบบโปรแกรมที่มืออาชีพใช้ แม้ว่าจะมีให้เลือกค่าว่าให้ Export สำหรับ Youtube ก็ตาม

ยิ่งโดยเฉพาะแอพตัดต่อในมือถือที่มีกำลังในการประมวลผลน้อยกว่า ผู้ผลิตโปรแกรมก็อาจจะใช้ Codec และการตั้งค่าให้เบาเข้าไว้ เพื่อให้แอพทำงานได้อย่างราบรื่น แต่คุณภาพของภาพอาจจะไม่ได้ดีเท่าที่เราต้องการนั่นเอง

ข้อสรุปก็คือ

เมื่อถ่ายคลิปมาได้ภาพที่มีคุณภาพแล้ว เราก็ควรจะต้องใช้เครื่องมือตัดต่อที่มีคุณภาพตามไปด้วย เพื่อให้ดีตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ไม่เช่นนั้นแล้ว ต่อให้กล้องของเราดีมากแค่ไหน ถ่ายภาพได้ระดับ 4K หรือไม่ คุณภาพภายหลังตัดต่อและอัพโหลดก็จะด้อยลง หากว่า Setting ในการตั้งค่าในการ Export ของเรา ไม่ถูกต้องตามที่ Youtube ต้องการนั่นเอง

สุดท้าย อย่าลืมว่าผลลัพท์สุดท้ายที่จะได้คุณภาพ ต้องมาจากการถ่ายที่มีคุณภาพก่อน ไม่งั้นแล้วการตัดต่อเพื่อแก้ไขสิ่งเหล่านั้น มันจะยากขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

ส่วนใครที่อยากดูคลิปสำหรับการทำ Live Streaming และการถ่าย Vlog อย่าลืมไป Subscribe ช่องของผมกันได้ที่
https://www.youtube.com/undervlogdotblog กันได้นะครับ 😁👌

ว่าแล้วก็แปะเพจไปด้วยอีกอัน ลิงค์นี้เลย https://fb.com/undervlog

Undervlog

ถ้าภาพหนึ่งภาพมันแทนคำได้เป็นล้านคำ ภาพเคลื่อนไหวเพียงสั้นๆ อาจจะถ่ายทอดได้มากกว่านั้น

View all posts